OTABASE
Loading...
SEARCH EVENTS

Anime

[ฉบับปี 2026] 10 อันดับอนิเมะยอดนิยมในไทย วิเคราะห์รายได้และอีเวนต์ในพื้นที่

Updated Jul 30, 2026

ในปี 2025 การมีตัวตนของอนิเมะญี่ปุ่นในประเทศไทยได้เติบโตขึ้นสู่ระดับที่ไม่เคยมีมาก่อน
รายได้จากการฉายในโรงภาพยนตร์ การจัดนิทรรศการขนาดใหญ่ในห้างสรรพสินค้า และวัฒนธรรมการรับชมผ่านบริการสตรีมมิงที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน

จากกระแสความคึกคักในหลายมิติเหล่านี้ บทความนี้จะรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลรายได้จากการฉายในพื้นที่จริง เนื้อหาการรายงานข่าวจากสื่อต่างๆ รวมถึงข้อมูลอีเวนต์ที่จัดขึ้นจริง เพื่อนำเสนอ 10 ผลงานที่ได้รับความสนใจและมีอิทธิพลสูงเป็นพิเศษ

\ อย่าลืมเช็ก Youtube ทางการของ OTABASE ด้วยนะ!/



1. ดาบพิฆาตอสูร

※ที่มา:https://en.wikipedia.org/

ผลงานล่าสุด “ดาบพิฆาตอสูร ปราสาทนิรันดร์” ที่เข้าฉายในประเทศไทยเมื่อเดือนสิงหาคม 2025 ทำรายได้รวมทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เกินกว่า 42 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเฉพาะในประเทศไทยเพียงประเทศเดียวก็ทำรายได้สูงถึงราว 7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าทึ่งอย่างยิ่ง ผลงานความสำเร็จนี้ได้รับการรายงานอย่างกว้างขวางจากสื่อต่างประเทศอย่าง Deadline และ The Magic Rain

โรงภาพยนตร์เครือใหญ่อย่าง Major Cineplex และ SF Cinema เป็นผู้รับผิดชอบการฉาย และในสัปดาห์แรกของการเข้าฉาย มีโรงภาพยนตร์หลายแห่งที่บัตรขายหมดเกลี้ยงอย่างต่อเนื่อง บนโซเชียลมีเดีย แฮชแท็กภาษาไทยอย่าง “#ดาบพิฆาตอสูร” กลายเป็นเทรนด์ยอดนิยม อีกทั้งยังมีการจัดอีเวนต์ฉายภาพยนตร์แบบคอสเพลย์โดยชุมชนแฟนคลับในพื้นที่ ความคลั่งไคล้ที่มีต่อผลงานนี้ไม่มีทีท่าจะหยุดยั้ง

ความงดงามของภาพที่เหนือชั้นและโครงเรื่องที่ผ่านการขัดเกลาอย่างประณีต ได้สร้างสถานะให้เป็น “อนิเมะที่ควรค่าแก่การรับชมในโรงภาพยนตร์” และได้รับการยกย่องอย่างสูงทั้งจากภายในและภายนอกวงการ ในฐานะตัวอย่างที่แสดงถึงความสำเร็จอันมั่นคงของผลงานอนิเมะจากญี่ปุ่นในตลาดภาพยนตร์เชิงพาณิชย์ของประเทศไทย

2. ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน

※ที่มา:https://en.wikipedia.org/

ภาพยนตร์ภาคล่าสุดของซีรีส์ “ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน เงาสะท้อนแห่งดวงตาข้างเดียว” ได้เข้าฉายพร้อมกันในโรงภาพยนตร์เครือ Major Cineplex เมื่อเดือนเมษายน 2025 และในประเทศญี่ปุ่นทำรายได้ทะลุ 1.46 หมื่นล้านเยน กลายเป็นภาพยนตร์ฮิตถล่มทลาย ในประเทศไทยเองก็รักษาจำนวนผู้ชมได้อย่างมั่นคง

จากการออกอากาศทางโทรทัศน์และการให้บริการสตรีมมิ่งมาอย่างยาวนาน ทำให้ผลงานเรื่องนี้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในประเทศไทยอยู่แล้ว จึงมีผู้ชมหลากหลายกลุ่ม ตั้งแต่ครอบครัวไปจนถึงกลุ่มวัยรุ่น เดินทางไปชมภาพยนตร์ที่โรงภาพยนตร์

ซีรีส์เรื่องนี้มีความน่าเชื่อถือในฐานะแบรนด์ผลงานสูงมาก และวัฒนธรรมการรับชม “ภาพยนตร์โคนันในทุกฤดูใบไม้ผลิ” ได้หยั่งรากลึกในประเทศไทยเช่นเดียวกับในญี่ปุ่น การกลายเป็นอีเวนต์ประจำปีเช่นนี้ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่หนุนรายได้บ็อกซ์ออฟฟิศให้มีความมั่นคง

3. 呪術廻戦(Jujutsu Kaisen)

※ที่มา:https://www.ticketmelon.com/jujutsu/jjkex/

ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายน 2025 ได้มีการจัดงานนิทรรศการอย่างเป็นทางการ “呪術廻戦展 JJK EX” ที่ MBK Center ใจกลางกรุงเทพมหานคร โดยจัดต่อเนื่องนานประมาณ 7 สัปดาห์ และมีการจำหน่ายบัตรเข้าชมทั่วไป (300-450 บาท) ผ่านเว็บไซต์ทางการ Ticketmelon

ภายในงานมีการจัดแสดงแผ่นป้ายขนาดเท่าตัวจริงของตัวละครหลัก ภาพวาดต้นฉบับ และมีการจำหน่ายสินค้าลิขสิทธิ์รุ่นพิเศษ ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้เข้าชมจำนวนมากตลอดช่วงจัดงาน

การรับชมผ่านแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งอย่าง Netflix และ Muse Thailand ก็ได้รับความนิยมสูงเช่นกัน โดยบน YouTube มีคลิปตัดต่อพร้อมคำบรรยายภาษาไทยแพร่หลาย ทำให้กระแสในโซเชียลมีเดียยังคงต่อเนื่อง

กลยุทธ์การผสมผสานการแปลเป็นภาษาท้องถิ่นเข้ากับอีเวนต์จริงเช่นนี้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี และได้รับความสนใจในฐานะกรณีตัวอย่างความสำเร็จของ “กลยุทธ์การตลาดที่ผสานโลกดิจิทัลกับโลกจริงเข้าด้วยกัน” ในตลาดอีเวนต์อนิเมะ

4. ONE PIECE

※ที่มา:https://incutix.com/en-US/event/856876BEB603451EB434C8E79075E093

ในช่วงปลายปี 2024 ถึงต้นปี 2025 มีการจัดนิทรรศการ “ONE PIECE The Great Era of Piracy” ที่ CentralWorld LIVE Hall กรุงเทพมหานคร โดยกำหนดราคาบัตรหลายระดับ ได้แก่ บัตรทั่วไป 749 บาท บัตรนักเรียน 428 บาท และบัตร Fast Track 1,990 บาท และแม้จะจัดแสดงเป็นระยะเวลานาน แต่ก็ยังคงรักษาอัตราการขายบัตรในระดับสูงได้

เนื้อหาการจัดแสดงมีความหลากหลาย ทั้งภาพวาดต้นฉบับ งานปั้นสามมิติ และโซนประสบการณ์ AR โดยมีรายงานว่าตลอดช่วงจัดงานมีผู้เข้าชมทั้งแฟนคลับในพื้นที่และนักท่องเที่ยวรวมกันหลายหมื่นคน

นิทรรศการนี้ได้รับการยกย่องอย่างสูงในวงการ ในฐานะกรณีตัวอย่างความสำเร็จของโมเดลธุรกิจนิทรรศการในภูมิภาคเอเชีย ที่นำเสนอโลกของอนิเมะออกมาเป็นรูปธรรมสามมิติภายในห้างสรรพสินค้า ในรูปแบบ “อีเวนต์ IP เชิงประสบการณ์”

5. SPY×FAMILY

※ที่มา:https://spy-family.net/codewhite/

ภาพยนตร์เรื่อง “SPY×FAMILY CODE: White” เริ่มให้บริการสตรีมมิ่งบน Netflix ประเทศไทยตั้งแต่ต้นปี 2025 และครองอันดับต้น ๆ ของชาร์ตความนิยมมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน ด้วยการที่สามารถเลือกรับชมได้ทั้งเสียงพากย์ภาษาญี่ปุ่นและคำบรรยายภาษาไทย จึงเป็นที่ชื่นชอบอย่างกว้างขวางในหมู่ครอบครัวเช่นกัน

เรื่องนี้ถูกจัดวางให้เป็นตัวอย่างที่โดดเด่นของ “กลยุทธ์แบบไฮบริดที่เชื่อมโยงการฉายในโรงภาพยนตร์กับการสตรีมมิ่ง” โดยบนโซเชียลมีเดียก็มีการแชร์คำพูดที่น่าประทับใจของอันย่าในรูปแบบมีมภาษาไทยอย่างแพร่หลาย ทำให้ความนิยมของตัวละครเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ผลลัพธ์ที่ได้คือผลงานทั้งเรื่องได้แผ่ขยายไปสู่กลุ่มผู้ชมทั่วไปในฐานะ “คอเมดี้ครอบครัวสายลับที่เข้าถึงง่าย” ซึ่งมีส่วนสำคัญอย่างมากในการขยายฐานแฟนอนิเมะญี่ปุ่น

6. บลูล็อค (Blue Lock)

※ที่มา:https://www.bluelockmovie.com/

ภาพยนตร์เรื่อง “บลูล็อค -EPISODE NAGI-” ได้เข้าฉายที่ Major Cineplex ในประเทศไทยตั้งแต่ปลายปี 2024 จนถึงต้นปี 2025 ในประเทศไทยที่ความนิยมฟุตบอลยังคงแข็งแกร่ง อนิเมะกีฬาเรื่องนี้ได้สร้างความประทับใจอย่างมาก โดยมีรายงานว่าโรงภาพยนตร์หลายแห่งเต็มความจุในสัปดาห์แรกของการฉาย

โดยเฉพาะอย่างยิ่งได้รับความนิยมอย่างมากจากกลุ่มนักเรียนชายมัธยมปลาย บนโซเชียลมีเดียมีการแชร์คำพูดเด็ดและฉากการแข่งขันของตัวละครในฐานะ “วิดีโอสร้างแรงบันดาลใจสำหรับการฝึกซ้อมฟุตบอลในชีวิตจริง”

ในประเทศไทยที่วัฒนธรรมกีฬาฝังรากลึก บลูล็อคได้รับความนิยมในฐานะ “เรื่องราวของการเติบโตด้วยตนเองและการแข่งขัน” ทำให้ได้กลุ่มแฟนใหม่ๆ และประสบความสำเร็จในการบุกเบิกแนวใหม่ในตลาดอนิเมะ

7. ไคจู8 (Kaiju No. 8)

※ที่มา:https://kaiju-no8.net/

“ไคจู8” ได้เผยแพร่ซีซั่น 1 และ 2 ทาง Netflix ประเทศไทยในปี 2025 และติดอันดับสูงในหมวดอนิเมะของ FlixPatrol ประเทศไทย ในสัปดาห์แรกของการเผยแพร่ แฮชแท็ก “#KaijuNo8TH” ก็ติดเทรนด์บน Twitter แสดงให้เห็นถึงความนิยมที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วบนโลกออนไลน์

ธีมสากลอย่างแอ็คชั่นสัตว์ประหลาด และการนำเสนอดราม่าที่สมจริงได้รับการยกย่องอย่างสูง “เสน่ห์ของผลงานไซไฟสไตล์ญี่ปุ่น” ที่แตกต่างจากอนิเมะฮีโร่ทั่วไปได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางจากผู้ชมชาวไทย

โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้วยรูปแบบการสมัครสมาชิกแบบเหมาจ่ายของ Netflix ทำให้กลุ่มวัยรุ่นที่อาศัยในต่างจังหวัดสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ซึ่งมีส่วนสำคัญอย่างมากในการขยายฐานผู้ชมอนิเมะ

8. โซโล เลเวลลิ่ง (Solo Leveling)

※ที่มา:https://mantan-web.jp/article/20250102dog00m200013000c.html

“Solo Leveling” ที่ดัดแปลงมาจากเว็บตูนสัญชาติเกาหลี ได้รับรางวัลถึง 9 สาขาในงาน Crunchyroll Anime Awards ปี 2025 ทำให้เป็นที่จับตามองไปทั่วโลก ในประเทศไทยมีการเผยแพร่พร้อมกันทั้งทาง TrueID และ Netflix พร้อมซับไตเติ้ลภาษาไทย บนโซเชียลมีเดียก็มีการนำคำพูดเด็ดของตัวละครหลักมาทำเป็นมีม กลายเป็นหัวข้อที่ถูกพูดถึงอย่างมาก

ธีมที่เป็นค่านิยมเฉพาะของเอเชียอย่าง “ความพยายาม” “การก้าวข้ามระดับชั้น” และ “การทำงานคนเดียว” ได้สร้างความประทับใจอย่างมากให้กับกลุ่มวัยรุ่นไทย ทำให้ติดอันดับ Top 10 ของ FlixPatrol ตั้งแต่เดือนแรกที่เผยแพร่

ผลงานที่ผสมผสานเทคนิคแอนิเมชันของญี่ปุ่นเข้ากับคอนเทนต์การ์ตูนของเกาหลีเรื่องนี้ได้รับการยกย่องอย่างสูงในฐานะสัญลักษณ์ของ “จุดตัดของวัฒนธรรมอนิเมะรูปแบบใหม่” ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

9. ดันดะดัน (DAN DA DAN)

※ที่มา:https://anime-dandadan.com/

ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2025 เป็นต้นมา ซีซัน 2 ได้ออกอากาศทาง Netflix ทุกสัปดาห์ พร้อมอัปเดตซับไทยพร้อมกัน ด้วยสไตล์เฉพาะตัวที่ผสมผสานปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติเข้ากับดราม่าวัยรุ่น ทำให้ได้รับความนิยมอย่างมาก และในสัปดาห์ที่ 2 หลังเริ่มออกอากาศ ก็ขึ้นแท่นอันดับ 4 ของไทยในหมวดอนิเมะบน FlixPatrol

ช่อง YouTube อย่างเป็นทางการของ Muse Thailand ก็มีการนำคลิปมาเผยแพร่เช่นกัน และแฮชแท็ก “#DANDADANTH” ก็กลายเป็นคำที่ถูกพูดถึงอย่างมากบนโซเชียลมีเดีย

รูปแบบการออกอากาศรายสัปดาห์ที่ผู้ชมสามารถติดตามตอนใหม่ได้แบบเรียลไทม์ ช่วยสร้างการมีส่วนร่วมกับผู้ชมอย่างต่อเนื่อง ส่งผลอย่างมากต่อการสร้างฐานแฟนคลับที่มั่นคงและขยายวงกว้างขึ้น

10. ไฮคิว!!

※ที่มา:https://haikyu.jp/movie/

ภาพยนตร์ “ไฮคิว!! ศึกชิงบัลลังก์ถังขยะ” ที่เข้าฉายทั่วประเทศไทยในฤดูใบไม้ผลิปี 2025 ทำรายได้รวมทั่วโลกทะลุ 100 ล้านดอลลาร์ และในญี่ปุ่นมียอดผู้ชมกว่า 6.99 ล้านคน ในไทยเองก็มีรอบฉายที่บัตรเต็มทุกที่นั่งต่อเนื่องหลายวันที่ Major Cineplex บัตรชมภาพยนตร์พร้อมของแถมพิเศษ (ราคา 650-850 บาท) ก็ขายหมดอย่างรวดเร็ว

ธีมเกี่ยวกับวัฒนธรรมชมรมกิจกรรมและจิตวิญญาณการเป็นทีม ได้รับความร่วมรู้สึกอย่างลึกซึ้งจากกลุ่มนักเรียนนักศึกษาไทยเช่นกัน แฮชแท็ก “#HaikyuuThailand” ก็ขึ้นเทรนด์บนโซเชียลมีเดียในช่วงหนึ่ง

ผลงานเรื่องนี้ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าธีมสากลอย่างวัยรุ่น ความพยายาม และมิตรภาพ สามารถส่งต่อข้ามพรมแดนได้ และได้รับการยกย่องว่าเป็นผลงานที่ช่วยยกระดับการมีตัวตนของอนิเมะกีฬาในระดับนานาชาติอย่างมาก

สรุป:ภาพของ「ตลาดอนิเมะที่แท้จริง」ที่สะท้อนผ่านตัวเลขและความเคลื่อนไหวของผู้คน

ตลาดอนิเมะในประเทศไทยปี 2025 นั้น ทั้งสามแกนหลัก ได้แก่ 「การฉายภาพยนตร์」「นิทรรศการเชิงประสบการณ์」และ「การสตรีมมิ่งวิดีโอ」ต่างก็คึกคักไปพร้อมๆ กัน

ความคลั่งไคล้ในรูปแบบภาพยนตร์อย่าง Kimetsu no Yaiba และโคนัน, งานนิทรรศการเชิงประสบการณ์อย่าง ONE PIECE และ Jujutsu Kaisen รวมถึงการขยายฐานผู้ชมผ่านการสตรีมมิ่งดิจิทัลอย่าง Kaiju No. 8 และ Solo Leveling

ความเคลื่อนไหวเหล่านี้เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ ทำให้ตลาดอนิเมะในไทยก้าวเข้าสู่ขั้นความเป็นผู้ใหญ่อย่างมั่นคง

อาจกล่าวได้ว่าตอนนี้อนิเมะได้ก้าวข้ามภาพลักษณ์ของการเป็น「สินค้าจากญี่ปุ่น」ไปแล้ว และได้สร้างสถานะที่มั่นคงในฐานะวัฒนธรรมที่เป็นที่รักและได้รับการสนับสนุนทั่วทั้งเอเชีย

>>>【บทความที่เกี่ยวข้อง】6 ร้านของโอตาคุในกรุงเทพฯ ที่ซื้อของอนิเมะและมังงะได้
>>>【บทความที่เกี่ยวข้อง】ยอดนิยมในไทย! 10 ร้านที่ซื้อมังงะและของอนิเมะญี่ปุ่นได้!

\ อย่าลืมเช็ก YouTube อย่างเป็นทางการของ OTABASE ด้วยนะ!/



 

OTABASE ASIA

OTABASEは、東南アジアを中心としたオタク・コスプレインフルエンサー専門のマーケットプレースです。

自社製品を海外にアピールしたい中小企業や、インバウンドを呼び込みたいカフェ・レストラン、ホテルに大好評!

コンセプトやターゲットユーザーに合わせてインフルエンサーのリストアップ/選定、マーケティング施策のサポートを行います。

海外のオタク・コスプレインフルエンサーを活用したSNSマーケティングを効率的に行いたい方は、ぜひお気軽にお問合せください♪

RELATED